ท่องสิมและฮูปแต้ม ของดีเมืองมหาสารคาม
อะไรคือ สิม? อะไรคือ ฮูปแต้ม?

ในเบื้องต้นขอกล่าวถึงคำว่า “สิม” ก่อน ชาวบ้านอีสานดั้งเดิมจะเรียกพระอุโบสถว่า “สิม” และเรียกจิตรกรรมฝาผนังว่า "ฮูปแต้ม" ทั้งนี้คำว่าสิมมาจากคำว่า สีมา หรือเสมา สิมมีหลายแบบแต่ที่หลงเหลือให้เห็นในพื้นที่ภาคอีสาน ส่วนใหญ่เป็นสิมที่ก่อด้วยอิฐดิบหรืออิฐเผาฉาบปูน มีสิมโถงหรือสิมโปร่ง (อายุประมาณ 200-250 ปี)และสิม ก่อผนังหรือสิมทึบ (อายุประมาณ 100-200 ปี) ส่วนฮูปแต้มมักอยู่ด้านนอกและด้านในสิม ช่างแต้มจะบรรยายเรื่องราวต่างๆทั้งเรื่องพุทธประวัติ ชาดกโดยเฉพาะเรื่องพระเวชสันดรชาดก ประเพณีวัฒนธรรม ตลอดจนชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอีสาน เรื่องราวที่เขียนมากที่สุดเป็นเรื่องเกี่ยวกับพุทธศาสนา ดังนั้นสิมจึงเป็นแหล่งความรู้ที่มีความสำคัญของท้องถิ่นอีสานอย่างมาก (อู่ทอง ประศาสน์วินิจฉัย, 2551)
ในจังหวัดมหาสารคาม มีพื้นที่ที่มีสิมน่าสนใจหลายจุด เช่น สิมวัดบ้านยาง ตำบลบัวมาศ อำเภอบรบือ  สิมวัดโพธิ์ศรี บ้านเชียงเหียน ต.เขวา อ.เมือง สิมวัดเชียงยืน ต.เชียงยืน อ.เชียงยืน สิมวัดกลางโกสุม ต.หัวขวาง อ.โกสุมพิสัย ทั้งนี้มีพื้นที่อันเป็นที่ตั้งของสิมสำคัญ อาจกล่าวได้ว่าเป็นจุดเด่นและมีความน่าสนใจมากคือ สิมวัดโพธาราม บ้านดงบัง และสิมวัดป่าไรไร บ้านหนองพอก ทั้งสิมทั้งสองแห่งนี้อยู่ในพื้นที่ติดกันโดยอยู่ในเขตปกครองตำบลดงบัง อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับกิจกรรมการทิ่งเที่ยวเชิงพุทธได้ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวใกล้กับพระบรมธาตุนาดูน อันเป็นพุทธสถานสำคัญในพื้นที่จังหวัดมหาสารคามและพุทธศาสนิกชนทั่วไปให้การเคารพนับถือ
สิมและฮูปแต้ม ตำบลดงบัง อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม
สำหรับสิมวัดโพธาราม บ้านดงบังและสิมวัดป่าเรไร บ้านหนองพอกนั้น ปัจจุบันพระสงฆ์ยังสามารถทำสังฆกรรมในสิมดังกล่าวได้อย่างปกติ ทั้งนี้สำหรับแต่ละสิมมีประวัติความเป็นมาดังนี้
วัดโพธาราม ตั้งอยู่เลขที่ 95 หมู่ 5 ตำบลดงบัง อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม เป็นวัดสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีพื้นที่ 6 ไร่ 2 งาน 6 ตารางวา หรือชาวบ้านเรียกกันทั่วไปว่า “วัดบ้านดงบัง” ทั้งนี้วัดโพธาราม เดิมชื่อ “วัดโพธิ์ทอง” สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2343 และเป็นชื่อเป็นวัดโพธารามในปีพ.ศ. 2485 วัดโพธารามมีสิมน้ำและหอพระไตรปิฎกอยู่กลางสระ ต่อมาได้สร้างสิมบกขึ้น พระครูจันดี เจ้าอาวาสรูปที่ 4 ของวัดโพธาราม เป็นผู้ออกแบบตัวสิมโดยมีฐานสูง มีจิตรกรรมฝาผนังหรือฮูปแต้มทั้งภายในและภายนอกสิม (สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 2551)

ทั้งนี้สำหรับตัวสิมวัดโพธารามนั้น คาดการณ์ว่ามีการสร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2451 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2451 สิมวัดโพธาราม ได้รับการพิจารณาให้เป็นอาคารอนุรักษ์ดีเด่นเมื่อปีพ.ศ. 2547 จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ และได้จัดทำ ทะเบียนอาคารที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ ตัวอาคารมีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบพื้นบ้าน เป็นอาคารผนังทึบขนาดเล็ก อยู่ในผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีประตูเข้าออกเพียงด้านเดียวหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “สิมมหาอุต” ก่ออิฐสอดิน ฉาบปูน ฐานสูง หลังคามีลักษณะเป็นจั่วชั้นเดียว มีเสารองรับปีกนก ซ้อนกันสองชั้นโดยรอบอาคาร  ในตัวสิมเจาะหน้าต่างข้างละสองช่อง มีทางเข้าด้านตะวันออก ทางขึ้นเป็นบันไดนาคก่ออิฐฉาบปูนทั้งนี้ตัวสิมหันหน้าไปทางทิศตะวันออก (พรเพ็ญ บุญญาทิพย์, 2556) นอกจากนี้ในบริเวณใกล้เคียงกันกับสิมวัดโพธารามนั้นยังมีหอแจก ศิลปะญวน เพื่อใช้ในกิจกรรมสำคัญในการทำบุญของชาวบ้าน ซึ่งเป็นหอแจกที่กล่าวกันว่ามีหนึ่งเดียวในจังหวัดมหาสารคาม ข้างในหอแจกประดิษฐานพระพุทธรูปศิลปะช่างพื้นบ้านอีสาน ถือว่าเป็นศิลปะที่งดงามอย่างมาก

อนึ่งเมื่อพิจารณาฮูปแต้มพบว่าในสิมวัดโพธาราม มีจิตรกรรมฝาผนังเรื่อง พระเวสสันดรชาดก และพุทธประวัติ วาดไว้ภายในสิม ส่วนด้านนอกเป็นภาพวิถีชีวิตชาวบ้านแทรกด้วยภาพนิทานเรื่อง สินไซ และภาพพุทธประวัติสลับกันไป ส่วนด้านหลังองค์พระประธานผนังด้านนอกเขียนเรื่องพระมาลัย โดยช่างแต้มชื่อ จารย์ซาลาย บ้านดงบัง และช่างสิงห์ วงศ์วาด ชาวบ้านคลองจอบ ตำบลประหลาน อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเป็นช่าวคนเดียวกันที่แต้มภาพที่วัดป่าเรไร บ้านหนองพอก (สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 2551)

          วัดป่าเรไร เดิมชื่อวัดบ้านหนองพอก ตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2324 เป็นวัดเก่าแก่ที่มีพระภิกษุสามเณรมาพำนักอาศัยอยู่เสมอ ทั้งนี้วัดป่าเรไรห่างจากวัดโพธารามประมาณ 1 กิโลเมตร ตั้งอยู่ที่บ้านหนองพอก ตำบลดงบัง อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายพื้นที่วัดมี 12 ไร่ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2460

ภายในวัดมีสิมอีสานโบราณสร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2454 เสร็จเมื่อปีพ.ศ. 2460 ใช้เวลาในการก่อสร้างถึง 6 ปี โดยมีท่านพระครูจันศรีตรคุณ เจ้าอาวาสวัดในขณะนั้นเป็นผู้ริเริ่มก่อสร้าง เพื่อให้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมของพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาช่างก่อสร้างเป็นพระเณรลูกวัดและชาวบ้าน วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างได้จากท้องถิ่น ได้แก่ ดินเหนียวซึ่งเผาเป็นก้อนอิฐ ในการก่อสร้างตัวสิมหรือพระอุโบสถ ฉาบผนังก่ออิฐด้วยปูนโบราณ ซึ่งมีส่วนผสมของทราย ปูนเผาจากดิน ยางบง มะขามเปียก น้ำอ้อย น้ำต้มหนังควาย
สำหรับฮูปแต้มในสิมวัดป่าเรไรวาดโดยช่างสิงห์ วงศ์วาด ชาวบ้านคลองจอบ ตำบลประหลาน อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย ซึ่งเป็นช่างฝีมือท้องถิ่นคนเดียวกันที่วาดฮูปแต้มในสิมวัดโพธาราม ทั้งนี้ฮูปแต้มในสิมด้านนอกเป็นเรื่องพระลัก-พระลาม และมหาชาติชาดก (พระเวสสันดรชาดก) ซึ่งเล่าเรื่องราวทั้ง 13 กัณฑ์ของพระเวสสันดรชาดก  ด้านในสิมเขียนภาพพุทธประวัติ พระมาลัย  ทั้งนี้ช่างพื้นบ้านอีสานทั่วไป มีการแต้มฮูปแล้วลงลายลักษณ์อักษร เพื่อบอกชื่อ เพื่ออธิบายเหตุการณ์หรือบางครั้งเพื่อบอกสถานที่
นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมความงดงามในสิมได้ ทั้งนี้สุภาพสตรีไม่สามารถเข้าในตัวสิมได้ เพราะเป็นความเชื่อและวิถีปฏิบัติที่ห้ามสุภาพสตรีเข้าภายในตัวสิม แต่ก็สามารถชมความงามและเรื่องราวภายนอกสิมได้ ผู้ที่สนใจต้องการเข้าชมและศึกษาเรื่อราวเกี่ยวกับสิมและฮูปแต้ม ในพื้นที่ตำบลดงบังสามารถติดต่อ องค์การบริหารส่วนตำบลดงบังได้ โดยในพื้นที่มีมัคคุเทศก์ท้องถิ่นคอยต้อนรับและให้ข้อมูลเรื่องราวเกี่ยวกับสิมและฮูปแต้มได้เป็นอย่างดี
ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่องค์การบริหารส่วนตำบลดงบัง 156 หมู่ที่ 2 ต.ดงบัง อ.นาดูน จ.มหาสารคาม 44180 โทร. 043-993026